Perfil de Kevin(- Pεήζ∂ςhY5*-)...As Day...FotosBlogListasMás Herramientas Ayuda

Blog


27 julio

1.ความมีสาระในความไร้สาระ.../2.ความรักกับร้านรองเท้า

ความมีสาระ ในความไร้สาระ แปลว่า การที่เราไร้สาระ อย่างมีสาระ 5555555555555555555+++
 
พูดแล้วเหมือนคนบ้าแต่ดูไป ดูมา เหมือนจะ เปนวิวัฒนาการใหม่ ของคนในสายสาขาอาชีพ วารสารและสื่อสารมวลชนไงบอกไม่ถูก ....
แล้วเราจะพิมไป ทำไมใช่ไม้ ก็เพาะ ว่า เพื่อนๆ ในคณะเรา ว่างๆ ก็จะจัด สรร หา วันมานั่งถกกันเรื่องนู้นเรื่องนี้ใน วงเบียร์ ม่ายมีเหล้า เป็นเด็กดี
บางทีก็ตามร้านหมูกะทะ คุยแต่เรื่องจิปาถะ ธรรมดา ถ้ามองในมุมมองของผู้ใหญ่ หัว ดั้งเดิมก็อาจบอกว่าเปนการกระทำที่ไร้สาระสิ้นดี บวกกับการ
กลับบ้านดึกดื่น แต่ในความรู้สึกของเรา มันเหมือนกับการ รวมหัวกันใช้ idea ใช้อะไร หลายๆ อย่าง กลั่นกลองออกมา ให้เปนที่ โปกฮา ของวงที่เรา
นั้งอยู่ได้ ทุกครา ไป แต่ว่าแล้ว เราก็มาพูดเรื่อง เดือนที่ผ่านมาดีกว่าไม่ได้อัพมานาน .......
 
ก็มีการประถมนิทัศ .........นิเทศ 55 ไป ประมาน 2-3 อาทิดก่อน ได้เจอเพื่อน ๆ หน้าตา เดิมๆ แหละใหม่ๆ มา เต้ม ไปหมด มากหน้าหลายตากันทีเดียว
คณะเดียวกันหวังว่าในอนาคตจะคุ้นเคยกันมากกว่านี้ แล้วก็ ได้เตะบอล บ้างแล้วกับรุ่นพี่ รุ่นเรา ก็ครึกครื่นไปอีกแบบ แม้เราจะสร้างตราบาปให้ตัวเองตั้งแต่วัน
แรกที่เล่นเลยเพาะดันใส่เต็ม สูบ ไปไล่หวดเค้าเลย โดน แบนการเล่นบอลรุนแรงยาว ตลอด อาชีพค้าแข้ง ใน รั่วมหาลัย 55 อันนี้ ขำๆ ละกัน แล้วก็ เราก็ซ้อมลีด
ไปเรื่อยๆ as usual จนกระทั่ง มะวาน หรือวันที่ 26 กค. ก็ได้ คำสั่งระงับกฎ อัยการลีด หรือ พูดเปนภาษาไทย ธรรมดา ว่า งดซ้อมถึงวันที่ 13เดือนหน้า ว้าวว เปนปรื้ม
แต่ก็หวังว่า จะไปเที่ยวกันนะ กลุ่ม ลีด ของเรา 555 ฟาร์มโชคชัยก็ยังดี แม้ว่าแผน บุกกรุงชะอำ จะดูท่าจะล้มเลิกไปบ้างก็ตามที เนื่องใน ความไม่สามารถไนการไปบางประการ
ไปและดีกว่าแล้วจะมาใหม่นะ เพาะ ที่อ่านไป มันก็ ไม่มีสาระ อยู่แล้ว แต่ถ้าจับใจความดีๆ มันก็มีสาระแฝงอยู่ในความไร้สาระ ....เพ้อและ เรา 5555555 ไปและ แล้วเจอกันใหม่
ในโอกาศหน้า กวินทร์ ถ่ายภาพ กีวี่ รายงาน
สวัสดีครับ
 
 ***-**-*****-----*-*-;'''''''''''' ..()....^^..' -*/-/-/--\\\--------%#224--/*f/*/***@@
 
ความรักกับร้านรองเท้า
 
กลับมา อีกครั้ง กะ ปรัชญา วันละ Blog รอบนี้ที่เหนคือ ความรัก กะร้านรองเท้า ทุกคนที่มาอ่านอาจสงสัยว่าเราไปแอบชอบเจ้าของร้านรองเท้าหรือ ไปปิ๋งใครในร้านรองเท้า ไม่ใช่ทั้งคู่แหละ
 
แต่เราไปได้ ข้อคิดเปรียบเทียบดีๆ มาจากเพื่อนเรา ....หนึ่งคนว่า ทำไม ความรัก มันจะ เกี่ยวอะไร กับร้านรองเท้าน้า
 
ร้านรองเท้า - มีหลายร้าน.... มีให้เราเลือกหรือทำความรู้จัก เหมือนกับกลุ่มสังคม สถาบัน และชีวิต ความเปนอยู่ในแต่แตกต่างกันไป ร้านทีดีมักมี รองเท้าที่มี ราคาแพง แต่อาจไม่ได้หมายความว่าจะสู้ร้าน ที่อยู่ ข้างถนนเล็กๆ ได้......อ่า ได้ทำความรู้จักกันร้าน รองเท้าและ อ่า เราขอเลือกเดินเข้าไปซักร้านก่อนนะ ข้างนอกเริ่มหนาวๆ ร้อนๆและ ...อ่าข้างในก็มีรองเท้าเต็มไปหมดเลย เราจะเลือก คู่ใหนดีหละ .... ถ้า เราเหน อันใหน สวย อันใหน แนว ก็บอกพี่ที่ร้านว่า "พี่ฮะ ผม ขอดูคู่นั้นหน่อยฮะ ...." เสร็จปุ้บ มันมีอะไร มากมายในรองเท้าคู่นั้นที่มากกว่าแค่รองเท้า ถ้า รองเท้าเล็กไป ก็ อึดอัด ใหญ่ โตเกินไปก็หลวม กว่าเราจะ หารองเท้าที่เราจะใส่ได้อาจจะ ผ่านมา จากการเดินเข้าร้านเดียว หรือ อาจจะ เดินมาแล้ว หลายร้าน หรือแม้กระทั่ง รอ จนกว่าจะ มี รุ่นใหม่มา หรือจนกว่าจะมี เงินในการ ซื้อไป ................อ่า คงม่ายต้องเปรียบกับความรักแล้วสินะ ที่ทุกอย่างต้องใช้ ความใส่ใจ เวลา และความอดทน ผสมผสานกันไป ..
แต่ความรัก กับรองเท้าก็ยังม่ายจบง่ายๆเพราะ.... หลังจากซื้อไปแล้วรองเท้า มันก็ กัด ก็มีการ ขาด มี รูน้ำเข้า ต่างๆ นาๆ กันไป ก็อยู่ที่ ว่าเราจะ รักษา มันในระดับใหน จะสามารถฝ่าฝันอุปสรรค นานับประการได้ขนาดใหน แล้วสุดท้ายเราก็ หวังว่าเราจะ ทนุถนอมรองเท้า คู่นั้นเหมือนกันความรักที่คู่กัน ให้ยิ่งใหญ่ เกินจะเปรียบได้กับแค่รองเท้าได้.........
 
หลักการเยอะน้อ แต่เอาตัวม่ายรอด เสมอมา ....... 555 + ขอบคุณ ขวัญชัย กะ ข้อคิดดีๆ ในเรื่องนี้
ก็ถือเปนเกร็ดเล็กๆ เอาไปคิดเล่นๆ แบบม่ายต้องมีสาระอะไรมากละกัน ก็เพาะ blog ก็บอกอยู่และ ว่า ไร้สาระแน่ๆ ฮาๆ
03 julio

มองย้อนไป....ณ หาดทราย ...ของนกน้อยในไร่ส้ม

 วันก่อนอาจดูเหมือนเป็นอีกวันหนึ่งที่เรา ผม กู ควรจดจำมากๆในชีวิตอีกหนึ่งเหตุการณ์
 
ก่อนอื่นเลย ก็ขอเล่าตั้งแต่ก่อนไปเลยละกัน ....คืนตื่นมาจากฝันร้าย มากๆ ฝันหนึ่งในชีวิตเราเลยหละ.....ฝันเกี่ยวกะ เพื่อนๆ เรานั้นหละ
นั่นเปนเช้าวันที่ 29 ตื่นสายมากแบบรู้สึก แย่มากเลยหละที่ ม่ายพร้อมที่จะไป อย่างมาก รีบ คว้ากระเป๋าวิ่งลงบันได แทบตกบันไดตาย ...
ออกไป ขึ้นรถเมล์ ทันใดนั้นก็รู้สึกถึง ความที่ท้องม่ายเดิน..... มันติดขัดอยู่ที่.....อยู่ที่..... ถนน หนะแหละ555 แบบท้องถนน แน่นไป
ด้วยรถแน่นขนัดขัดตา ผม กู  มาก เหนแล้งภาพการตกรถมันมาหลอกหลอนเราแทนฝันร้ายยามค่ำคืนที่ผ่านมา...อ่านวินทร์ มากไป พิม
เปนภาษาหนังสือไปแล้ว ...^^ ก็ ...อ่าถึง หมอชิตตอนจวนตัวมากมายแล้ว...สรุปเหนชยุต กะดิว เพื่อนเราแต่ ขอบอกว่าคนคอยขึ้นรถตู้
ประมาน 500000 คน (ม่ายเยอะงั้น)แต่คิดเอง ละกัน ก็เยอะหละ เราก็รีบ ...ใจนึงก็ม่ายรู้ทำไง ด้วยความเด็ดเดี่ยวเลยบอกพวกพ้อง เอ้า
TAXY เลย ...ไปกันถึงรังสิต อะโด่ ม่ายเหน สายไรเลย ช่างเหอะ ไปทันเวลาดีกว่า หัวใจ ม่ายวาย อะดีแล้ว ก็ออกเดินทาง
 
ระยะทางอย่าพูดถึงมันเลย เอาง่ายๆ ว่าถึงแล้วก็ ผู้ชาย โดน จับแยกผู้ญ เลย รุ่นพี่สั่งถอดเสื้อ....ใครเปนตุ๊ดแยก ก็ยังเหลือแต่พวกแมน มาก
กะพวกใกล้จะม่ายแมน เค้าสั่งหัน แล้ว จับนมคนข้างหน้า โอ้ว พระเจ้าถ้าข้างหน้าจะเปนผู้ชายจะม่ายว่า ดันเปน เกย์ ...แม่งดิ้นๆ ...พี่บอกให้
คลึง เราก็อยู่เฉยๆ เว้ย ....เอ้อ ก็ยังม่ายเท่าใหร่ พี่สั่งหันจับนมคนข้างหลัง ...ตายห่า แม่งจับนมกู แน่ๆ มัน บีบแหลกอะ เราแทบหันไปต่อย
พี่ๆ ก็เอา น้ำแข็งมา ลูบหลัง ดิ้นเปนเจ้าเข้าเลย อ่า เสดไปทะเล แบบมีผ้าปิดตา ลงน้ำไป พี่สั่งเอากางเกงในออกมานะแล้วใส่ทับ กางเกง
แค่นั้นก็ชิวๆ บอกให้ออกไปหน้าผู้ญ ทั้งคณะพร้อมรุ่นพี่ผู้ญ บอก แบบ SupermanWin บอก ขนาด..** กะ Slogan ของเราบอกแบบ
เด็กดีบอกไปว่า ขนาดพอดี ....** แล้วก็ กายพร้อมแต่ใจยังม่ายพร้อม 555+ หลังจากนั้นก็ ชิวๆ ทั้งวันกะกิจกรรมที่รุ่นพี่ๆเตรียมมา......
 
วันที่ 2 ตื่นตี5 แล้วเข้าฐาน โหดๆๆๆๆ ถึงเยน ผูกสายสินแล้วบายสี ...มีเรื่องเล่าเต็มไปหมดแต่ คงพิมมาได้ม่ายหมด นอน ตอนเช้า วันรุ่ง
ขึ้นตอน6โมง แล้วก็....ตื่น8โมง  กลับกรุงเทพมา ถือว่าประสบการณ์ ล้ำค่าทีเดียว ที่สำคัญที่สุดต้องขอบคุณรุ่นพี่ ทุกคนที่ให้ความดูแลเอา
ใจใส่อย่างเปนที่สุดเพื่อให้งานออกมา น่าประทับใจ เปนที่สุด...แล้วก็ เหนื่อยมากมาย แต่ก็ คุ้มที่ได้มา ได้เพื่อนใหม่เต็มไปหมดแล้วหวัง
ว่าทุกอย่างจะมีสุขหลังจากนี่ ไปเรื่อยๆ
 
แล้วจะมาใหม่นะ
 
วิน
 
 
 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
แวะ มา เขียนไร เพิ่ม ........
 
 
 
อาจฟังดูแปลกไปนิดแต่ เราได้ เกร็ด ความรู้อันนึงมา จาก คนๆ นึงที่เรารู้จัก อ่านแล้วเอาไปคิด ละกัน
 
 
 เค้ากล่าวไว้ว่า เราเคยรู้สึกเซง และ เบื่อและ เครียดใหม....... ก็คงจะเคยกันทุกคนสินะ .........
 
อืม แล้วลองคิดดูซิ ว่า การเซง การเบื่อ การเครียดของเรา นั้น สามารถช่างตวงวัดได้ใหม ........
 
ก็คงหาคำตอบไม่ได้สินะ ....
 
เพราะการเบื่อ เซง และเครียดนั้นเปรียบเทียบกันไม่ได้.....
เราไม่อาจบอกได้ว่า เรา กะลังเซง มากกว่าหรือน้อยกว่าใครบางคนได้ แล้วไม่ควรเอามาเปรียบเทียบกันด้วย....
บ่อยครั้งนักที่ เราอาจจะรู้สึก เครียด และกดดันใน ใจ ต้องการหาที่ระบายกะใครซักคนแต่ปรากฎว่าไม่อยากคุยกับเค้า เหตุผลมันอาจ เกิดจาก
การที่เราคิดว่า เราเครียดมากที่สุด เซงที่สุด เบื่อที่สุด ทั้งๆ ที่เปนกันใน ระดับเดียวกันทุกคน
คำพวกนี้ถึงได้มี ขนาดเดียวแล้ว เปนในระดับเดียวแต่ อยู่ที่ภูมิต้านทานของแต่ละ
บุคคลที่จะยอมรับ มันใน แต่ละสถานการณ์
 
มีอีกคน...เพื่อนเราเอง กล่าวไว้ว่า...มึงอย่าถอนหายใจ บ่อยนะ มันม่ายดี ยิ่งถอนเหมือน ได้แก่เร็วอะมึง....
 
เราก็คิดไปคิดมา ...ว้า ช่วงนี้เราก็ คงจะลดอายุไปร่วม 20ปีแล้วดิน้อ แย่จิง....
 
แต่เราก็ สรุปได้ว่า ถ้าคิดมากแล้ว ทำไรแล้วคิดว่ารู้สึกดีก็ทำไปซะ....
 
 
สรุปว่าที่พล่ามมาทั้งหมด อาจฟังดูแล้ว เหมือนพูดแต่เรื่องที่รู้อยู่แล้ว
แต่ก็ แค่อยากเตือนสติเพื่อนๆและ ตัวเอง ว่า มันม่ายมีอะไร ที่ยิ่งใหญ่เกินจะแก้...เราเปนวัยรุ่น ก็คงเจอไรมาเยอะและ อะไรก็กะลัง
รอคอยเราอยู่อีกมาก....ก็หวังว่าทุกคนจะเก็บไปคิดนะ คนฆ่าตัวตายบางคนปัญหาอาจจะไม่ได้ใหญ่กว่าเราหรือ ใหญ่กว่าก็วัดกันไม่ได้อยู่แล้ว แต่
มันอยู่ที่ว่า สถานการณ์ นั้น เราจะควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกเราไม่ให้กระเจิงไปได้มากน้อยแต่ใหน นะ
 
ด้วยความห่วงใย ....
 
แก่ น้อง ๆ afs ทุกคน ...เพื่อนๆ ทุกคน ...แล้วก็ ทุกคนที่แวะเข้ามาอ่าน ...
 
วิน